ภาพแรกในรอบ 20 ปี! สัตว์ป่าหายากระดับโลก คนมักเรียกชื่อผิด อวดโฉมกลางป่าภูเขียว

ภาพแรกในรอบ 20 ปี! สัตว์ป่าหายากระดับโลก คนมักเรียกชื่อผิด อวดโฉมกลางป่าภูเขียว

ภาพแรกในรอบ 20 ปี! สัตว์ป่าหายากระดับโลก คนมักเรียกชื่อผิด อวดโฉมกลางป่าภูเขียว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วินาทีประวัติศาสตร์! พบ "เพียงพอนเส้นหลังขาว" สัตว์ป่าหายากระดับโลกที่ภูเขียวในรอบ 20 ปี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยแพร่ภาพชุดประวัติศาสตร์ที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่แวดวงอนุรักษ์ เมื่อมีการบันทึกภาพ "เพียงพอนเส้นหลังขาว" สัตว์ป่าหายากระดับโลกได้ที่บริเวณบ่อน้ำมหัศจรรย์ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นการพบตัวและบันทึกภาพได้อีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี

ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าเพียงพอนเส้นหลังขาว (Back-striped weasel) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mustela strigidorsa เป็นสัตว์ในตระกูลเพียงพอนที่มีลักษณะโดดเด่นและพบน้อยมากในธรรมชาติ การปรากฏตัวในครั้งนี้จึงเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้เป็นอย่างดี

ลักษณะเด่นของเพียงพอนเส้นหลังขาว

เพียงพอนชนิดนี้มีรูปร่างเพรียวยาวตามฉบับสัตว์ในสกุล Mustela แต่มีเอกลักษณ์สำคัญคือแถบสีขาวแคบๆ ที่พาดผ่านกึ่งกลางหลังตั้งแต่บริเวณท้ายทอยยาวไปจนถึงโคนหาง และมีแถบสีคล้ายกันพาดอยู่กึ่งกลางหน้าท้อง ขนตามลำตัวและหางมีสีน้ำตาลเข้ม ตัดกับสีเหลืองอ่อนบริเวณใต้คางและลำคอ

ลักษณะทางกายภาพที่น่าสนใจคือความแตกต่างระหว่างเพศ โดยตัวผู้จะมีแถบขนสีขาวพาดหลังเพียงเส้นเดียว ในขณะที่ตัวเมียจะมีแถบสีขาวถึงสองเส้น มีความยาวลำตัวประมาณ 27.5–32.5 เซนติเมตร และน้ำหนักตัวเพียง 1–2 กิโลกรัมเท่านั้น มักอาศัยอยู่ในป่าดิบบนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตรขึ้นไป 

เพียงพอน สัตว์นักล่าตัวเล็ก คล่องแคล่วและปรับตัวเก่ง

เพียงพอนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในกลุ่มสัตว์กินเนื้อ มีความยาวลำตัวประมาณ 15–55 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 30–40 กรัม ไปจนถึง 1.4–3.2 กิโลกรัม ลักษณะเด่นคือรูปร่างเพรียวยาว ขาทั้งสี่สั้น มีนิ้วเท้า 5 นิ้ว เล็บแหลมคมแต่ไม่สามารถหดเก็บได้ ปากแหลมและมีฟันแหลมคมรวมประมาณ 34 ซี่

  • ลักษณะนิสัยและพฤติกรรม

เพียงพอนเป็นสัตว์ที่มีความปราดเปรียวว่องไว สามารถหากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยจะล่าสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น หนู หนูผี ตุ่น แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ รวมถึงอาจล่ากระต่าย เป็ด ไก่ หรือ นกกระทาในพื้นที่เกษตรกรรมของมนุษย์ได้ด้วย

ลำตัวที่เพรียวยาวช่วยให้เพียงพอนสามารถมุดเข้าไปล่าเหยื่อในโพรงดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีต่อมกลิ่นบริเวณก้น ซึ่งสามารถผลิตสารเคมีสีเหลืองคล้ายน้ำมันที่มีกลิ่นรุนแรง ใช้สำหรับประกาศอาณาเขตและป้องกันตัว

  • การสืบพันธุ์

เพียงพอนมีระบบสืบพันธุ์ที่น่าสนใจ โดยตัวผู้สามารถผสมพันธุ์กับตัวเมียได้หลายตัว แต่จะอยู่ร่วมกับตัวเมียเพียงตัวเดียว ในบางชนิด ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วจะยังไม่ฝังตัวในผนังมดลูกทันที แต่จะลอยอยู่ในระยะหนึ่ง ซึ่งอาจนานถึง 10 เดือน และจะฝังตัวเมื่อถึงช่วงที่อาหารอุดมสมบูรณ์

ระยะเวลาการตั้งท้องอยู่ที่ประมาณ 35–45 วัน ออกลูกครั้งละ 4–10 ตัว และอาจมากถึง 13 ตัว ลูกที่เกิดใหม่จะยังไม่ลืมตา มีเพียงขนอ่อนบาง ๆ ปกคลุมลำตัว โดยจะเริ่มลืมตาเมื่ออายุประมาณ 3–6 สัปดาห์ และกินนมแม่ต่อเนื่องประมาณ 5–10 สัปดาห์ ก่อนจะอาศัยอยู่กับแม่ไปจนถึงอายุประมาณ 1 ปี

ในอดีต เพียงพอนถูกล่าเพื่อนำขนและหนังไปผลิตเป็นเสื้อขนสัตว์ที่เรียกว่า “เสื้อขนมิงก์” อย่างแพร่หลาย ปัจจุบันบางชนิดถูกนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง และได้รับความนิยมในบางประเทศ

  • ชนิดและการกระจายพันธุ์

เพียงพอนมีการจำแนกออกได้ประมาณ 18 ชนิดทั่วโลก และในประเทศไทยสามารถพบได้ประมาณ 3 ชนิด ได้แก่ เพียงพอนไซบีเรีย (M. sibirica) เพียงพอนเหลือง (M. nudipes) และเพียงพอนเส้นหลังขาว (M. strigidorsa) โดยมักพบในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลนับพันเมตร

ในประเทศไทยสัตว์ชนิดนี้ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ซึ่งพบการกระจายพันธุ์จำกัดเฉพาะในพื้นที่ป่าสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน

ไขข้อสงสัย: "เพียงพอน" กับ "พังพอน" ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักสับสนและเรียกชื่อสัตว์สองชนิดนี้สลับกัน แต่ในทางสัตววิทยา "เพียงพอน" และ "พังพอน" มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

  • เพียงพอน (Weasel): อยู่ในสกุล Mustela รูปร่างเล็ก เพรียวบาง ขาสั้นมาก นิ้วเท้ามีเล็บแหลมคม มักถูกล่าเพื่อนำขนไปทำเครื่องนุ่งห่ม (Fur) มีความปราดเปรียวสูงสามารถมุดลงไปล่าเหยื่อในโพรงดินได้ดี
  • พังพอน (Mongoose): อยู่ในวงศ์ Herpestidae มีขนาดตัวใหญ่กว่า ขนหยาบสีน้ำตาลหรือเทา มีพฤติกรรมเด่นคือมีภูมิคุ้มกันพิษงูตามธรรมชาติ สามารถสู้กับงูพิษได้อย่างว่องไวและมักพองขนให้ตัวดูใหญ่ขึ้นเพื่อขู่ศัตรู

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล